(สระแก้ว) – ครั้งแรกในชีวิต พายุหมุนงวงช้างถล่มสระแก้ว 2 ตำบล บ้านเรือน 14 หลังพังราบ สระแก้ว – พายุหมุนงวงช้างถล่มสระแก้ว 2 ตำบล บ้านเรือน 14 หลังถูกพัดพังทั้งหลัง ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ด่วน เทศบาล-กาชาดจังหวัดเตรียมเข้าช่วยเหลือและแจกถุงยังชีพ

(สระแก้ว) – ครั้งแรกในชีวิต พายุหมุนงวงช้างถล่มสระแก้ว 2 ตำบล บ้านเรือน 14 หลังพังราบ
สระแก้ว – พายุหมุนงวงช้างถล่มสระแก้ว 2 ตำบล บ้านเรือน 14 หลังถูกพัดพังทั้งหลัง ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ด่วน เทศบาล-กาชาดจังหวัดเตรียมเข้าช่วยเหลือและแจกถุงยังชีพ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดพายุหมุนงวงช้างอย่างรุนแรงในพื้นที่ จ.สระแก้ว นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว เดินทางลงพื้นที่เร่งด่วนเพื่อตรวจสอบเหตุวาตภัยครั้งนี้ โดยมีนายปราชญา อุ่นเพชรวรากร นายอำเภอวังน้ำเย็น นายวันชัย นารีรักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังรายงานเบื้องต้นที่สำนักงานเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น พร้อมกับเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุที่บ้านของนายบรรจง ธนพัฒน์โยธิน ม.17 ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ซึ่งสภาพบ้านเสียหายทั้งหลัง ก่อนจะเดินทางไปที่บ้านของนางสวัสดิ์ อินทรพาณิชย์ ชาวบ้านวังแดง ม.5 ซึ่งหลังคาบ้าน 2 หลังติดกันถูกพายุพัดหายไปทั้งหมดเช่นกัน

นางสวัสดิ์ อินทรพาณิชย์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านวังแดง ม.5 ต.วังน้ำเย็น เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่บนบ้าน ได้ยินแต่เสียงและเห็นแค่สังกะสีบ้านขยับพักเดียว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สังกะสีบ้านถูกพัดหายไปตอนไหน ป้ากลัวมากก็เลยไปยืนกอดเสาบ้านยืนงงพักใหญ่ โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร ทุกคนปลอดภัย แต่ภายหลังพายุสงบลง ออกมาตรวจสอบกันดู จึงพบว่า หลังคาบ้านทั้งสองหลังหลุดออกไปกับแรงลมเกือบหมด

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เข้าพูดคุยสอบถามเหตุการณ์กับผู้ประสบวาตภัยจำนวน 5 ราย ที่บ้านวังแดง ก่อนจะมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากเทศบาลเมืองวังน้ำเย็นรายละ 1,000 บาท และเดินทางไปดูพื้นที่ประสบวาตภัยที่ดาราฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น ซึ่งมีโรงเรือนประมาณ 4-5 หลัง ขณะนี้มีไก่ไข่ในฟาร์มที่เลี้ยงอยู่ได้รับผลกระทบประมาณ 6 หมื่นตัว จากทั้งหมดกว่า 100,000 ตัว

นายวิโรจน์ โชติกุลมงคล เจ้าของฟาร์มไก่ไข่ ดาราฟาร์ม เลขที่ 173 ม.10 ต.วังน้ำเย็น กล่าวว่า เลี้ยงไก่ไข่มาประมาณ 20-30 ปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้เลย ลมพายุหมุนมาแรงลักษณะงวงช้างหอบเอาหลังคาของฟาร์มหลุดออกไปทันที 3 โรงเรือน เสาไฟฟ้าหัก คาดว่า ต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท ในการซ่อมแซมเปลี่ยนและใส่หลังคาใหม่ให้เสร็จภายใน 3 วัน มิฉะนั้นไก่ไข่ที่มีอยู่เต็มทุกโรงเรือนต้องได้รับผลกระทบแน่นอน

ขณะที่ นางสิน อิงสันเทียะ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 205 ม.10 บอกว่า บ้านตนเองถูกพายุหอบไปครึ่งหลัง เมื่อคืนที่ผ่านมาต้องเอาไม้มาทับปิดไว้เพื่อให้สามารถนอนกันได้ไปก่อน ส่วนใหญ่ข้าวของแค่เปียกฝน ส่วนต้นไม้ ต้นมะพร้าว มะม่วง ถูกถอนออกทั้งต้น แปลงผักชีฝรั่งกว่า 2 ไร่ ถูกพายุพัดผ้าคลุมปลิวว่อนออกมาหมด ได้รับความเสียหายทั้งแปลงเช่นกัน อยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือสอบถามบ้าง เพราะตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่มีใครมาสอบถามข้อมูลเลย

ทางด้าน นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จากรายงานที่ได้รับเบื้องต้นพบว่า พื้นที่ อ.วังน้ำเย็นได้รับผลกระทบจากพายุหมุนวาตภัย 2 ตำบลคือ ต.ตาหลังใน 1 หมู่บ้าน และ ต.วังน้ำเย็น 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 48 หลังคาเรือน ซึ่งมีบ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลังจำนวน 14 หลัง ส่วนอีก 34 หลังคาเรือน เสียหายเล็กน้อย และเสียหายที่สุดอีกแห่งคือ ดาราฟาร์ม ซึ่งการช่วยเหลือของหน่วยราชการมิใช่เป็นการชดใช้ค่าเสียหาย แต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ ทางอำเภอวังน้ำเย็น เทศบาลเมืองวังน้ำเย็น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเหล่ากาชาดจังหวัดสระแก้ว จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ 5 หมู่บ้านดังกล่าวด้วย
CG:นางสวัสดิ์ อินทรพาณิชย์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านวังแดง ม.5 (หญิงผมหงอก เสื้อน้ำตาล)
CG:นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว (ชายเสื้อฟ้า ใส่หมวกจิตอาสา)

ภาพ/ข่าวโดย นายยุทธนา พึ่งน้อย
รายงานจาก ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก (สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี)

Leave a Reply

%d bloggers like this: