กรมศุลกากรจับชายชาวไอวอเรียน ซ่อนโคคาอีนในร่างกาย มูลค่ากว่า 4.9 ล้านบาทณ สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดทั้งการผลิต การนำเข้า การนำผ่าน และการลักลอบจำหน่ายโดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด และเร่งด่วน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรมศุลกากรจึงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติด ซึ่งปัจจุบันผู้กระทำความผิดมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนวิธีการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดหลากหลายรูปแบบและลดปริมาณให้น้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ให้ได้มากที่สุด

จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากสถิติการจับกุมยาเสพติดทางอากาศยานในช่วงที่ผ่านมา ตามโครงการ
สกัดกั้นยาเสพติดทางท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) หรือ หน่วยสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าอากาศยานนานาชาติ ที่เป็นการผนึกกำลังของกรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้เฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดทุกรูปแบบ อาทิ ซุกซ่อนมากับพัสดุไปรษณีย์ หรือซุกซ่อนมากับผู้โดยสารที่เข้ามาและออกไปนอกประเทศ

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 เจ้าหน้าที่ศุลกากรสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองสืบสวนและปราบปราม ได้ตรวจพบบัญชีรายชื่อผู้โดยสารชาย สัญชาติไอวอเรียน เดินทางด้วยสายการบิน ETHIOPIAN AIRLINES จากกรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศ เมื่อผู้โดยสารที่ต้องสงสัยเดินทางมาถึง ได้ขอตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระ รวมถึงร่างกายโดยละเอียด และเห็นว่าผู้ต้องสงสัยแสดงอาการพิรุธ จึงส่งตัวเข้าตรวจสอบตามระบบ ผลปรากฎว่า พบยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ซุกซ่อนอยู่ภายในร่างกายโดยวิธีการกลืน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 1,660 กรัม มูลค่า 4,980,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อดำเนินคดีต่อไป

โฆษกกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า กรณีดังกล่าว เป็นความผิดตามมาตรา 242 และมาตรา 252 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด ในการนำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรและมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครอง อันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน

Leave a Reply

Social Media Auto Publish Powered By : XYZScripts.com
Share via
Copy link