พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ นำตัวนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าส้มตำ ที่ถูกตำรวจยัดยาเรียกเงิน 50,000 บาท ไปจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงตามเวลาอีกครั้ง ที่สืบ 1

พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ นำตัวนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าส้มตำ ที่ถูกตำรวจยัดยาเรียกเงิน 50,000 บาท ไปจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงตามเวลาอีกครั้ง ที่สืบ 1

สืบเนื่องมาจาก วันที่ 17 กันยายน 2561 เวลา 11.51 น.
พ่อค้าส้มตำ กรณีนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี อาชีพค้าขายส้มตำ อยู่บริเวณปากซอยพระรามหก ซอย 22 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แจ้งความร้องทุกข์ที่สน.พญาไท ให้ดำเนินคดีกับ ดาบตำรวจนายหนึ่ง สังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และพวกประมาณ 10 คน ที่ร่วมกันกรรโชกทรัพย์และใช้อำนาจโดยมิชอบ เรียกรับเงินสินบนจากตนเองจำนวน 50,000 บาท

ต่อมา พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 มีคำสั่งย้าย 6 นายตำรวจสังกัด กก.สส.บก.น.1 ไปช่วยราชการที่ ศปก.บก.น.1 โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่นายศักดิ์ชัย กำลังขายส้มตำอยู่
ด้าน น.ส.สโรชา แน่นอุดร อายุ 30 ปีซึ่งเป็น ลูกสาว ของตนเองเดินมาร้องไห้กับตน บอกว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 165/12 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. ซึ่งเป็นบ้านเช่า 2 ชั้น จึงรีบเดินทางไปที่บ้านพัก พบตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 10 นาย เข้าค้นบ้านพักของตนเอง

นาย ศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี พ่อค้าขายส้มตำ
ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่ามีหมายค้นหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่แสดงให้ดู จึงถามว่าค้นหาอะไหร
ตำรวจบอกว่ายาเสพติดซึ่งค้นแล้วพบเจอยาไอซ์แต่ไม่เยอะ ตนเองจึงขอดูของกลาง แต่ตำรวจไม่ยอมให้ดู หลังจากนั้นก็ได้ควบคุมตัวลูกสาวของตนไป ตนจึงเดินทางตามไป
พบว่าลูกสาวถูกจับนั่งอยู่ใต้ถุนอาคาร และเป็นมุมมืดๆ ไม่มีการใส่กุญแจมือไดๆ
มีตำรวจนอกเครื่องแบบควบคุมอยู่ 1 คน
ตนเลยนำตัวลูกสาวกลับบ้าน หลังจากนั้นตำรวจก็ตามมาที่ร้านส้มตำ และจับตนไปแทนลูกสาว โดยให้เหตุผล ว่า พาผู้ต้องหาหลบหนี

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ย.61
นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าร้านส้มตำ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 อีกครั้งเพื่อให้การเพิ่มเติม ก่อนที่ตำรวจจะให้นายศักดิ์ชัย ไปชี้จุดที่กลุ่มผู้ต้องหานำตัวลูกสาวมาคุมไว้ บริเวณร้านอาหารตามสั่งใต้อาคาร กก.ส.น.1 ถนนพญาไท จุดที่เจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหา พยายามนำตัวนายศักดิ์ชัย ขึ้นไปบนที่ทำการสืบ 1 เพื่อตั้งข้อหาพยายามพาผู้ต้องหาหลบหนี และเรียกรับเงิน 50,000 บาท จนนายศักดิ์ชัย ต้องให้ลูกชายนำเงินมาให้เพื่อแลกกับอิสรภาพ

ส่วนจุดที่ 2 บริเวณหน้าห้องสืบสวน สน.พญาไท ที่หลังจากนายศักดิ์ชัยแจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่พยายามไกล่เกลี่ยกับนายศักดิ์ชัย และคืนเงิน โดยมีดาบตำรวจนำเงินมาคืน หลังจากนายศักดิ์ชัยไปแจ้งความและร้องสื่อมวลชนจนเป็นข่าวดัง

พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ เปิดเผยว่า เรียกนายศักดิ์ชัย ผู้เสียหายมาให้การเพิ่มเติมและขอให้พาไปชี้จุดที่กลุ่มผู้ต้องหาเรียกรับเงินและคืนเงิน ก่อนทำสำนวนส่งให้ป.ป.ช.ภายใน 30 วัน เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการ

ด้าน นายศักดิ์ชัย กล่าวว่ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้การเพิ่มเติม และพาชี้จุดที่เจ้าหน้าที่เรียกรับเงินและคืนเงิน ตนไม่กลัวอะไรแล้ว ไม่มีการยอมความ จะดับเครื่องชน คนที่ขู่ตนเองที่ชื่อ ต่อ ก็ไม่ได้เป็น ตำรวจ แต่เป็นสายให้ตำรวจ จากนี้ต่อไปคงต้องหาที่ขายส้มตำใหม่ เพราะยังผวากับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่กล้าขายที่เดิม

คำรพ 61 / ทีมงานเรื่องจริงผ่านเลนส์ รายงาน

Leave a Reply

%d bloggers like this: