พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มไลน์ของนักเรียนที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายละเมิดและคุกคามทางเพศ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มไลน์ของนักเรียนที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายละเมิดและคุกคามทางเพศ ว่า
กรณีข้างต้นตามที่เป็นข่าว เริ่มต้นจากนักเรียนชายที่เพิ่งผ่านการสอบคัดเลือกเป็นนิสิตใหม่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้ตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ LawMen ที่มีเฉพาะนักเรียนชาย ในช่วงแรกไม่มีการแชทพูดคุยกันมากนัก กระทั่งมีนักเรียนบางคนเริ่มชวนคุยเรื่องผู้หญิง และมีการนำภาพนิสิตหญิงมาลง พร้อมใช้คำพูดในเชิงคุกคามทางเพศ จากนั้นมีคนในกลุ่มไลน์ดังกล่าวที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมดังกล่าว และนำภาพการสนทนาในกลุ่มเผยแพร่ลงสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาตำหนิและกดดันนักเรียนชายในกลุ่มนี้ ซึ่งต่อมาทางคณะนิติศาสตร์ ได้ออกมาแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้เร่งรัดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะดำเนินการต่อไปโดยเร็ว ซึ่งการกระทำลักษณะดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่ถูกกล่าวถึง อาจจะเกิดเป็นบาลแผลในจิตใจซึ่งส่งผลในระยะยาว และผู้ที่ถูกกล่าวถึงอาจจะรู้สึกมาปลอดภัยอีกต่อไปก็เป็นได้
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น ให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ และมีลักษณะส่อไปในทางที่ล่วงละเมิดทางเพศ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว ขอให้ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป ส่วนผู้ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวและมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด ก็จะมีความผิดในแง่ของตัวการ, ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ซึ่งจะมีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากแนวทางการหลีกเลี่ยงป้องกันถ้อยคำที่ส่อไปถึงการคุกคามทางเพศ(Sexual Harassment) ว่าควรเก็บข้อมูลส่วนตัวของตัวเองให้ดี ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์, เคารพสิทธิของผู้อื่นอยู่เสมอ มีสติทุกครั้งในการแสดงความคิดเห็น, ผู้ปกครองต้องคอยสอดส่องดูแลให้คำแนะนำในการใช้สื่อออนไลน์แก่บุตรหลาน และขอตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวให้หยุดการกระทำเสีย นอกจากนี้หากพบเห็นการกระทำดังกล่าว อย่าส่งต่อ อย่าแสดงความคิดเห็น อย่าไปยุ่งเกี่ยวไม่ว่าจะทางใด เพราะทุกคนต่างเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ บนสังคมออนไลน์ให้หมดไป

Leave a Reply

%d bloggers like this: