ล่า 3 โจรควงปืนกับมีดปล้นร้านรับซื้ออัญมณีกวาดไปไม่ต่ำกว่า 3 แสน

ล่า 3 โจรควงปืนกับมีดปล้นร้านรับซื้ออัญมณีกวาดไปไม่ต่ำกว่า 3 แสน

เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 2 พ.ค. ร.ต.อ.กิตติพงษ์ บุญเศรษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุปล้นทรัพย์ทำร้ายเจ้าทุกข์ ภายในร้านรับซื้ออัญมณีชื่อ ร้านศิริชัย เลขที่ 1547 ถนนเพชรเกษม ปากซอย 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.วัชรพัฒน์ เรืองอัครนนท์ รอง ผกก.ป.สน.เพชรเกษม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และกำลังสายตรวจ สน.เพชรเกษม

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่งตั้งติดริมถนนใหญ่ ชั้นล่างเปิดเป็นร้านรับซื้อและจำนำทองรูปพรรณ เครื่องเพชร และอัญมณี เจ้าหน้าที่พบ นายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้าน ในสภาพศีรษะแตกเลือดไหลอาบร่าง จึงรีบนำตัวส่ง รพ.เกษมราษฎร์บางแค ให้แพทย์ทำการรักษา จากการสอบสวนเจ้าตัวในเบื้องต้นทราบว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่กำลังเปิดร้านอยู่ลำพัง มีคนร้ายชาย 3 คน คนแรกสวมเสื้อคลุมผ้าร่มสีดำ หมวกนิรภัยเต็มใบสีแดง ใช้ผ้าปิดปาก คนที่สองสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาล ไม่สวมหมวกนิรภัย และคนที่สามสวมเสื้อคลุมสีออกน้ำเงิน ข้างหลังเสื้อมีอักษร ภาษาอังกฤษ YEEZUS ไม่สวมหมวนิรภัย ใช้อาวุธปืนสั้นไม่ทราบขนาด กับมีดยาวราวๆ 6 นิ้ว 1 เล่ม เข้ามารุมทำร้ายโดยใช้ด้ามปืนตีที่ศีรษะหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บขณะยืนอยู่ในเคาน์เตอร์หลังตู้โชว์สินค้า

“จากนั้นคนร้ายได้ช่วยกันกวาดทรัพย์สินในตู้โชว์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของหลุดจำนำและทรัพย์สินส่วนตัวของตนไปประกอบด้วยแหวนเพชร สร้อยข้อมือเพชร กำไลเพชร สร้อยคอเพชร จี้ทองกรอบเพชร นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง บัตรเครดิตแบงก์กสิกรไทย 2 ใบ บัตร ATM 2 ใบ เงินสดประมาณ 30,000 บาท รวมทั้งหมด 10 รายการ มูลค่าประเมินเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท พากันวิ่งหลบหนีออกจากร้านไป พอตนตั้งสติได้ก็รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจทันที” นายศิริชัย กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.วุฒิชัย กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุได้วิทยุสั่งการให้กำลังสายตรวจสกัดจับคนร้ายแล้วแต่ยังไม่มีวี่แวว เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายทั้ง 3 คน ที่วางแผนมาเป็นอย่างดี ใช้รถ จยย.ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น และทะเบียน เป็นยานพาหนะหลังก่อเหตุหลบหนีไปทางถนนเพชรเกษมขาออก โดยคนร้ายนั้นมีอาวุธเป็นมีด 1 เล่ม และวัตถุคล้ายอาวุธปืนยังไม่ทราบขนาด 1 กระบอก อาศัยช่วงเาที่เจ้าของกำลังเปิดร้านเพียงลำพัง เข้ามาก่อเหตุก่อนหลบหนีไป ซึ่งหลังจากนี้จะรอให้ผู้เสียหายรักษาตัวจนอาการดีขึ้นและจะเรียกมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งในส่วนของรูปพรรณทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปและมูลค่าความเสียหาย สำหรับแนวทางการสืบสวนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดในร้านและสถานที่ใกล้เคียงเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป.

/

คำรพ 61 ทีมงานเรื่องจริงผ่านเลนส์รายงาน

Leave a Reply

%d bloggers like this: