ระบบเพื่อนโชคสะท้อนอะไรในสังคม

ระบบเพื่อนโชคสะท้อนอะไรในสังคม
แน่นอนว่ากลายเป็นดราม่าดังที่ทำเอาสังคมโซเชียลร้อนกันเลยทีเดียวกับพฤติกรรมข้าราชการระดับสูงในตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษา ที่ไม่แสดงใบขับขี่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยดูโดยอ้างว่ารู้จักผู้กำกับที่เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย จริงๆการแสดงใบขับขี่นั้นตามกฎหมายพรบ.รถยนต์เป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่รถยนต์อยู่แล้วที่ต้องพกมาด้วยแม้จะอ้างว่าไปกินข้าวแถวบ้าน( พรบ.รถยนต์ มาตรา 64, 66) ซึ่งเคยมีกรณีคนขับรถไม่ให้ตำรวจตรวจใบขับขี่อัยการส่งฟ้องไปหลายข้อหานอกจากพรบ.รถยนต์ที่เสียค่าปรับแค่ 1,000 บาทแล้วยังมีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ผู้ใดทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจ ที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เรียกว่ากรณีคนทั่วไปแค่ “กวนตีน” ตำรวจก็โดนหนักแล้ว แล้วเมื่อกรณีนี้หลักฐานเป็นคลิปมันชัดว่ามีการอวดเบ่งจากตำแหน่งและอ้างว่ารู้จักเพื่อนเป็นผู้กำกับ แม้จะมีคนพยายามออกมาพูดให้ดูดีกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดแต่ ภาพที่ออกมันสะท้อนถึงปัญหาที่ไม่เคยได้รับการแก้ ผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือหนักขึ้นถึงขั้นคนทำตามกฎหมายต้องไปขอโทษคนทำผิดกฎหมาย จุดนี้คือสิ่งที่สังคมรับไม่ได้ การเห็นระดับนายกรัฐมนตรีต้องลงมาสั่งการเองใช่ว่าเป็นเรื่องดีนะครับ ยิ่งสะท้อนว่าระบบเพื่อนโชคอยู่เหนือกฎหมายถึงขั้นถ้านายกรัฐมนตรีไม่ไฟเขียวให้ดำเนินการ(จริงๆก็แค่ตรวจใบขับขี่) คงไม่มีชั้นผู้น้อยในประเทศไทยดำเนินการระบบเพื่อนโชคได้ ไม่มีหน่วยงานราชการใดๆที่ต้องออกมาทวงติงว่าต้องทำอะไรเมื่อเกิดเหตุการณ์กรณีนี้ขึ้น ยิ่งถ้าไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลให้สาธารณะชนรับทราบคงไม่มีคนสนใจอะไร มันกลายเป็นตอนนี้ระบบบริหารจัดการความเท่าเทียมกันทางกฎหมายต้องไปพึ่งพาสังคมออนไลน์ที่ไม่มีตัวตนและไม่มีความรับผิดชอบถึงผลที่ตามมา
ถ้าลูกหลานเราไม่มีเพื่อนโชคก็คงต้องอยู่ในระบบกฎหมายที่เคร่งครัดแต่ถ้ามีเพื่อนโชคเราก็หลีกเลี่ยงกฎหมายที่เคร่งครัดได้ ยิ่งตำแหน่งผู้พิพากษาซึ่งสังคมเคารพว่ามีจริยธรรมและศีลธรรมสูงกว่าทุกๆอาชีพด้วยแล้วยิ่งรู้สึกผิดหวัง

CR ทนายคู่ใจ

Leave a Reply

%d bloggers like this: