“รวบสาวประเภทสองสุดแสบ หลอกตุ๋นเงินหนุ่มยุ่น ทำมานับไม่ถ้วนเป็นสิบปี”

“รวบสาวประเภทสองสุดแสบ หลอกตุ๋นเงินหนุ่มยุ่น ทำมานับไม่ถ้วนเป็นสิบปี”ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย ต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรม ข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.สัญชัย โชคขยายกิจ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.๓ และ พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าว ดังนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.สตม.3 และ สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่านายอุทัย อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.41/2562 ลงวันที่ 21 มกราคม 2562 จะมาปรากฎตัวบริเวณบ้านสุขุมวิท 81 ซ.อ่อนนุช 10 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ จึงได้จัดกำลังเฝ้าซุ่มดูอยู่โดยรอบบริเวณ จนกระทั่งพบเห็น นายอุทัย ซึ่งมี ตำหนิ รูปพรรณ ตรงตามหมายจับ เดินอยู่ริมถนนบริเวณที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและแสดงหมายจับให้ นายอุทัย ตรวจสอบ ซึ่งนายอุทัย รับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับในหมายจับ และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จากการตรวจสอบพบว่านายอุทัย นั้นได้ก่อเหตุฉ้อโกงนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจต่างชาติโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นมาเป็นเวลานับสิบปี โดยนายอุทัย เคยถูกจับในคดีฉ้อโกง
ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์มาแล้วถึง 5 ครั้ง โดยมีผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นที่ถูกหลอกกว่า 70 ราย รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงินจำนวนกว่า 6,000,000 บาท และนายอุทัย เคยถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายได้รับการปล่อยตัวมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ซึ่งหลังจากได้รับการปล่อยตัวมา ได้ตระเวนทำการหลอกลวงผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นอีกกว่า 10 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 300,000 บาท โดยพฤติการณ์นั้นนายอุทัย จะเข้าไปพูดคุยตีสนิทกับผู้เสียหายอ้างว่าตนเป็นหญิงสาวชาวไต้หวันมาเที่ยวที่เมืองไทย โดนขโมยพาสสปอร์ตและทรัพย์สิน ไม่มีเงินจะกลับบ้านเพื่อขอยืมเงินจากผู้เสียหาย จนผู้เสียหายเกิดความเห็นใจให้ยืมเงิน หลังจากได้เงินไปก็ไม่สามารถติดต่อได้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบว่า “ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” และแจ้งสิทธิของผู้ต้องหา ผู้ต้องหาทราบสิทธิและข้อกล่าวหาของผู้ต้องหาดีแล้ว ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางซึ่งใช้ในการกระทำความผิด นำส่ง พงส.สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

Leave a Reply

%d bloggers like this: