หนุ่มใหญ่วัย 61 ปี โรคประจำตัวกำเริบขับรถพุ่งชน หวิดดับ จยย.วินรีบทุบกระจก เร่งนำร่างออกมาหวั่นไฟไหม้รถ ย่านเจริญนคร

วันที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 11.00 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปากคลองสาน ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุบริเวณปากซอย เจริญนคร ซอย 8 และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงเร่งรุดจัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่พร้อมกำลังอาสาสมัครไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยเจริญนครซอยที่ 8 ถนน เจริญนคร เเขวง คลองต้นไทร เขต คลองสาน กทม. พบเหตุเป็นรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ นิสสัน สีดำ ทะเบียน 3 กฉ 6899 กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนกับ รถกระบะ ตีตู้ทึบ สีบลอนเงิน ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน 1ฒถ 7521 กรุงเทพมหานคร และมีทรัพย์สินทางราชการเสียหายอีก 1 รายการเป็นตู้ชุมสายโทรศัพท์ซึ่งถูกรถนั่งส่วนบุคคลชนจนมีรอยบุบอย่างเห็นได้ชัดเจน และใกล้กันยังพบกับผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 61 ปี ลักษณะนอนหงายหน้าอยู่กับพื้นถนน ลักษณะการแต่งกาย สวมใส่เสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีเขียว กางเกงขาสั้นสีดำ มีอาการหมดสติ อาสาสมัครจึงรีบจัดอุปกรณ์ปฐมพยาบาลให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนโดยการทำ CPR พร้อมทั้งประสานรถกู้ชีพเอราวัณทันที เมื่อรถในระบบการแพทย์ฉุกเฉินเอราวัณ มาถึงที่เกิดเหตุ จึงรีบจัดเตรียมเครื่องมือปฐมพยาบาลแล้วนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินอย่างเร่งด่วนทันที

จากการสอบถามสอบถามจากนาย ชิงชัย พงษ์กิจภักดิ์ อายุ 48 ปี วินมอไซค์ ที่เห็นเหตุการณ์บอกเล่าว่า ลุงแกอยู่ในซอยนี้ ตอนเกิดเหตุ เห็นเหมือนจะเลี้ยวเข้าซอย แต่ไม่เลี้ยว เป๋ๆ แล้วชนกับรถกระบะก่อน ถึงจะไปชนกับตู้นี้ เพราะรถกระบะขับนำหน้า รถแกตามหลังมา แต่บ้านแกอ่ะ อยู่ในซอยนี้ ส่วนประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบต่างก็บอกในทำนองเดียวกันว่ารถนั่งส่วนบุคคลคันดังกล่าวมีลักษณะการขับขี่ที่ส่ายไปมาก่อนที่จะพุ่งชนท้ายรถกระบะอย่างแรงถึง 2 ครั้งก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปบนบาทวิถีและเคราะห์ดีที่ไปชนกับตู้ชุมสายโทรศัพท์ รถคันดังกล่าวจึงได้หยุดสนิท ไม่อย่างนั้นคงจะพุ่งเข้าไปในร้านค้าที่อยู่แถวนั้นแล้วก็เป็นได้

จากการสันนิษฐานเบื้องต้นผู้ขับขี่รถนั่งส่วนบุคคลมีโรคประจำตัวหลายอย่างอยู่แล้วและเมื่อขับขี่มาถึงบริเวณดังกล่าวโรคประจำตัวอาจจะกำเริบจึงทำให้วูบแล้วเสียหลักไปชนกับรถกระบะ อย่างแรงถึง 2 ครั้งแล้วหลังจากนั้นรถยนต์นั่งบุคคลก็พุ่งขึ้นบาทวิถีไปชนกับตู้ชุมสายโทรศัพท์ จนรถจอดติดคาอยู่กับตู้ หลังจากนั้นเกิดกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาจากบริเวณซุ้มล้อหน้าด้านขวา วิน จยย.ที่อยู่แถวนี้จึงช่วยกันทุบกระจกรถแล้วนำร่างของผู้บาดเจ็บออกมาจากรถคันดังกล่าวเพราะกลัวว่าไฟจะไหม้รถแล้วอาจจะทำให้ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวเกิดเสียชีวิตจากการสำลักควันไฟ หรืออาจจะโดนไฟคอกได้ แล้วจึงรีบแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบทันที

ส่วนเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพถ่ายทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับใครต้องรอให้ผู้บาดเจ็บอาการดีขึ้นหรือพอที่จะให้การได้ก่อนถึงจะนัดทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกันที่ สน. หลังจากนี้ต้องเชิญผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์รวมทั้งผู้ขับขี่รถกระบะ ไปสอบถามเพิ่มเติมพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนที่ สน. ต่อไป

โชติกา ม่วงใจรักษ์ / ณัชพล แซ่โซ ผู้สื่อข่าวเรื่องจริงผ่านเลนส์

Leave a Reply

%d bloggers like this: