สระบุรี ยาย 97ปี น้ำตาตก รฟท.ไฟเขียว ผู้รับเหมาไล่ที่ชาวบ้าน สร้างรถไฟความเร็วสูง ไม่ปราณีข้างบ้านชาวบ้านยากจน 2 ตำบล แห่ร้องสื่อมวลชนและศูนย์ดำรงธรรม วอนผู้ว่าฯสระบุรีช่วยเหลือด่วน

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา น.ส.ประดับ สุวรรณวงศ์ , นาย สุรเสกข์ ฉุนรัตน์ และ นาง ประครอง กิ้งการจร ในฐานะตัวแทนชาวบ้านกว่า 30 ครอบครัว ที่มีบ้านตั้งอยู่ในที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เขต.ต.ปากเพรียว ยาวต่อไปประมาณ 2 กม. ถึงหมู่ 6 ต.ตะกุด อ.เมือง จ.สระบุรี ได้เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวว่า พวกตนพร้อมชาวบ้าน 31 หลังคาเรือน มีประชากรอาศัยอยู่ร่วมกว่า 100 คน มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เนื่องจากกำลังถูกไล่ที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้สืบเนื่องจากรัฐบาลโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย จะมีการดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็ว สูงจึงจำเป็นต้องมีการ เวณคืนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยบริเวณดังกล่าว โดยต้องใช้พื้นที่ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ในเขต ต.ปากเพรียว และ ต.ตะกุด อ.เมือง จ.สระบุรี เพื่อสร้างรถไฟความเร็วสูงผ่านสถานที่ดังกล่าว ดังนั้นผู้รับเหมาพร้อมพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงได้มีการมาตกลงเจรจากับ ชาวบ้าน เพื่อเวณคืนที่ดินพร้อมเจรจาเรื่องค่ารื้อถอนถึง 2 ครั้ง แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถตกลงกันได้ แม้ผู้รับเหมาจะรับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือเป็นจำนวนเงินเท่าใด ซ้ำล่าสุดทั้งผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่ยังมาข่มขู่ว่า ถ้าหากชาวบ้านยังไม่รื้อถอนออกไปจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งก็มีชาวบ้านบางส่วนที่มีความกลัวได้รื้อถอนออกไป แต่ก็มีนับสิบรายที่ยังอยู่
จนล่าสุดได้มีกลุ่มคนงานของผู้รับเหมาบางคน บุกมาทำการ รื้อถอนบ้านเรือนชาวบ้านอย่างอุกอาจ โดยใช้ค้อนปอนด์ทุบบ้านยาย นาง มาก พรหมน้อย อายุ 97 ปี ขณะนอนอยู่ภายในบ้าน โดยไม่มีการบอกกล่าวอะไรทั้งสิ้น ทำให้ยายวัย 97 ปี ตกใจ เพราะกำแพงถูกค้อนปอนด์ทุบเป็นรูโบ๋ ข้าวของภายในบ้าน โอ่ง ชาม กระเบื้องแตก จนเป็นเหตุให้ยายอายุ 97 ปี นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวเพราะลูกหลาน ไม่อยู่ นับเป็นเหตุการณ์ที่น่าเวทยาอย่างยิ่ง และยังใช้รถเครนไถรื้อเสาบ้านของชาวบ้านออกโดยที่ไม่บอกกล่าว ความเจ็บปวดตกอยู่กับชาวบ้าน ขณะมีโรคโควิดระบาดยังหากินแทบไม่ได้ และหนำซ้ำยังโดนไล่ที่อยู่อาศัยให้ออกภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้อีก
ดังนั้นมาวันนี้พวกจึงได้รวมตัวกันมาร้องเรียนสื่อมวลชนให้เป็นกระบอกเสียง ขอความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีเงินที่จะรื้อถอนบ้านและยังหาที่อยู่ไม่ได้ อยากให้ผู้รับเหมาที่รับปากว่าจะช่วยเยียวยาการรื้อถอน ให้มาเจรจากับชาวบ้านเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป
ทางด้าน นาง ประครอง กิ้งการจร ตัวแทนชาวบ้าน เล่าว่า พวกตนเดือดร้อนจากการรถไฟ ในการประชุมไม่มีหนังสือของทางหน่วยราชการมาเลย มาพูดแต่ปากเปล่าและเข้าประชุม 2 ครั้ง ตามมาบ้านภายในอาทิตนั้น ให้ชาวบ้านรื้อถอนเลย และเอาคนมากดดัน 20-30 คน ในแต่ละครั้ง ส่วนชาวบ้านที่ไม่รู้กฎหมายก็กลัวจะโดนข้อหาบุกรุก โดนข้อหาเก็บค่าเช่าย้อนหลังก็เลยพากันรื้อออก แต่มีอีกส่วนหนึ่งที่พอจะรู้กฎหมายก็ไม่ยอมรื้อ ว่าทางนู้นสัญญาปากเปล่าอีกว่า จะมาช่วยเหลือพวกเราบ้างเล็กน้อย แต่อาจจะไม่ถูกใจแต่พอได้กันทุกคน ด้วยความเชื่อมั่นที่คนโตเขาพูดมาจึงได้พากันทุบและถ่ายรูปไว้ ได้มารื้อถอนทุบบ้านยายวัย 97 ปี ดีที่ไม่โดนหัวคนแก่ พวกเราได้ไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมและหลายหน่วยงานแล้วให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่ได้ความกระจ่าง ทางศูนย์ดำรงธรรมก็ยังไม่ให้คำตอบ มีนายช่างเข้าไปจี้บ้านแต่ละหลังบอกว่า คุณต้องออกนะ ตอนนี้ไม่มีค่าอะไรทั้งสิ้นแล้ว ให้ทุกคนรื้อออกไป ถ้าไม่รื้อจะโดนข้อหานู้นนี่นั่นนะ ถามว่าทุกคนกลัว แค่อยู่ก็ไม่มีจะกินกันอยู่แล้ว เราจะไม่เรียกร้องอะไรมากจากเขา ถ้าให้เราอยู่ก็ขอบคุณ แต่อยากให้ช่วยประชาชนตาดำๆ ให้ค่าช่วยเหลือบ้างในเบื้องต้น การรื้อถามพวกตนบ้างหรือยังว่าถ้ารื้อแล้วจะเอาไปไว้ตรงไหน ถ้าจะเอาไปกองก็ต้องมีค่าเช่าที่เขา พวกเราอยากได้เงินเยียวยาช่วยเหลือจุดนี้ค่ารื้อถอน ไม่ใช่ว่าจะเอาบ้านเป็นแสนๆ เมื่อพศ.2547 ได้มีใบเช่าที่อยู่ พอหลังจากพ.ศ.2547 นายสถานีย้ายกันไปหลายคนก็ไม่มีใบเช่าแล้ว มันก็หายไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้เสียค่าเช่า เคยเสียค่าเช่าเป็นรายปี 500-1,000 บาท ถ้าได้เงินค่ารื้อถอนมาเราก็สามารถหาที่อยู่ได้ ขอให้มีเงิน หน่วยงานไหนขอให้ยื่นมือมาที่จะเสนอเรื่องบ้าน ถ้าเรามีเงินในส่วนนี้แล้วก็สามารถไปซื้อบ้านตามโครงการได้ แต่ถ้าโครงการมาแล้วเราไม่มีเงิน ก็ไม่ได้บ้าน

ส่วน น.ส.ประดับ สุวรรณวงศ์ แม่ค้าขายไก่ทอด เปิดเผยว่า ทางรถไฟและผู้รับเหมามาบอกว่า ให้รีบรื้อก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคม ตนเองบอกว่า ไม่มีเงิน รื้อได้หน่อยเดียว ไม่มีเงินจ้างเขาแล้ว ขายของก็ไม่ได้ ช่วงนี้ช่วงโควิด ถ้าภายในวันที่ 15 รื้อไม่หมดเขาจะเอารถมาดัน ก็เลยยังไม่รื้อ รื้อได้แค่นี้ แฟนก็พึ่งออกจากโรงพยาบาล เมื่อวานนี้ตนเองไม่อยู่เขาเอารถแม็กโครมาดันไป 6 เสา โดยที่เราไม่ได้รับรู้เลย พอกลับมามีญาติของตนได้บอกว่า ให้หยุด ไม่ให้ทำอะไรทั้งนั้น ญาติไม่ยอมและก็ไม่ให้รื้อบ้านของยายวัย 97 ปีด้วย ไม่ต้องมายุ่งอะไรกับเขา มีหมายค้น หมายรื้อ มีหมายอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มีหนังสืออะไรห้ามรื้อเด็ดขาด ตอนไปประชุมที่แรก 3 ครั้ง เขาบอกว่า จะให้ค่ารื้อถอนสามารถเรียกร้องเขาได้ แต่ไม่ได้บอกว่าให้เท่าไหร่ แต่ไปประชุม 3 ครั้งก็บอกทั้ง 3 ครั้ง ในครอบครัวตนมี 7 ชีวิต ที่อยู่ด้วย ตอนนี้ไม่มีที่อยู่ ต้องไปอาศัยญาติ อยู่บ้าง อยู่ที่นี่บ้าง ทีนี้บ้านญาติเล็กจะไปเช่าบ้านเขาอยู่ เขาเรียกค่าเช่าล่วงหน้า 9,000 บาท เดือนละ 3500 บาท ตอนนี้ก็จะถึงเดือนแล้ว ก็อยู่ได้แต่มันไม่หมด ส่วนลุงก็ยังอยู่บ้านหลังเดิม ตนเองขายไก่ทอดคน เดียว ส่วนลูกสาวทำงานคนเดียว นอกนั้นก็ดูลูกดูหลาน ยังไม่มีงานทำ อยากให้หน่วยงานมาช่วยเจรจา หรือถ้าไม่มีที่อยู่ให้ ก็ขอให้มีค่าหาที่อยู่ใหม่หรือว่าไปหาเช่าบ้านเป็นค่าล่วงหน้า เพราะข้าวของไม่มีที่จะ เก็บ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรเลย แล้วเขาก็ไม่บอกเราว่าจะให้เท่าไหร่ยังไง และเขาก็ขู่ว่าให้รีบรื้อ ตอนนี้ไม่มี ปัญญาจะรื้อ แฟนก็รื้อไม่ไหว ส่วนตนก็ต้องขายของ ตั้งแต่ที่ญาติสั่งให้หยุดรื้อ ก็ยังไม่มาเลย
น่าสงสารและเวทนา ยายวัย 97 ปี ที่นอนอยู่บ้านคนเดียวมีชายฉกรรจ์มาทุบบ้านขณะนอนหลับ ยาย มาก พรหมน้อย อายุ 97 ปี เล่าว่า มีคนรับเหมาใส่คาดสีเหลือง ซึ่งยายก็นั่งอยู่ในบ้าน แต่เขาไม่ถามยายสักคำ ยายได้ถามเขาว่าไปไหน เพราะเราไม่รู้จักเขา มาถึงก็ทุบดังปุ้งปุ้ง ยายก็ไปนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวเพราะอายุ 97 ปีแล้ว ไม่เคยเห็นแบบนี้ ไม่มีใครมาห้าม ยายรู้สึกเสียใจอยู่บ้านนี้มา 40 ปีแล้ว และไม่เคยคิดมาก่อนเลย ยายอยู่บ้านนี้ 2 คนกับหลานผู้หญิงซึ่งไปทำงาน เขาสั่งให้รื้อออกภายในสิ้นเดือน เขาใหญ่เราก็ต้องหนีเขา เพราะกลัวเขา แต่เขาทำไม่ถูกทำเกินไป ความจริงไม่น่าทำแบบนี้ ต้องบอกเจ้าของบ้านก่อนแต่นี่ไม่มีบอก เดินดุ่มๆมาทุบเลย และเดินไปในครัวก็ทุบอีก โอ่งก็แตกไป 1 ใบ ยายก็ถามว่าทำทำไม ทำลายของประชาชนนะ เขามาอยู่ก็จริง แต่เขาไม่ฟังยายเลย เดินออกจากบ้านไปเลย ยายก็ไม่เคยเห็น เกิดมาจนป่านี้แล้ว พอเขาไปแล้ว ยายนั่งร้องไห้เสียใจ เพราะเสียใจมากไม่มีที่อยู่และมาทำก็ไม่บอกยายสักคำ ยายน้อยใจมาก พวกหัวหน้ารับเหมา พวกคาดสีเหลืองเป็นลูกน้อง มา 2 คนกับหัวหน้า

มีสัมฯ น.ส.ประดับ สุวรรณวงศ์ แม่ค้าขายไก่ทอด (เสื้อสีชมพู)
มีสัมฯ นาง มาก พรหมน้อย (วัย 97 ปี ใส่แว่น)
มีสัมฯ นาง ประครอง กิ้งการจร (เสื้อลายสวมแมสสีฟ้า)
สมภพ พิมมะศร

Leave a Reply

%d bloggers like this: