ราชบุรี “อัครเดช” รุดตรวจสอบระบายน้ำ หลังน้ำท่วมขังไร่นาเสียหายหลายพัน

วันที่ 6 ก.ย.64 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 พร้อมด้วย นายกิตติ์ชญาชาต เสมคำ ผอ.สำนักงานชลประทานจ.ราชบุรี, นายปิยะพล พึ่งพิน วิศวะกรกรมชลประทาน และหัวหน้าส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการสูบน้ำจากไร่นาของเกษตรกรในพื้นที่ ต.คุงพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หลังเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ในพื้นที่อ.บ้านโป่ง ได้เกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดมวลน้ำท่วมขังในไร่นากว่าพันไร่ของเกษตรกรในหลายพื้นที่ในอ.บ้านโป่ง ประกอบกับมวลน้ำที่ไหลมาจากพิ้นที่ต.เบิกไพร และต.บ้านม่วง ทำให้การสูบน้ำออกจากไร่นาในบางพื้นที่เป็นไปด้วยความลำบาก ซึ่งทางจนท.ที่เกี่ยวข้อง ต่างระดมนำเครื่องสูบน้ำมาทำการระบายน้ำลงสู่คลอง เพื่อให้น้ำไหลออกสู่แม่น้ำแม่กลองให้โดยเร็ว เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรกร

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากผู้นำชุมชนท้องถิ่น และชาวบ้านในต.คุ้งพยอม ว่าน้ำได้ท่วมพื้นที่เกษตรกรเป็นจำนวนหลายพันไร่ ซึ่งน้ำมาจากเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก ซึ่งตอนแรกมวลน้ำดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ยิ่งสูบน้ำกลับไม่ลด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ได้รับน้ำมาจากต.เบิกไพร และต.บ้านม่วงด้วย เลยทำให้น้ำเพิ่มปริมาณมากขึ้น เพราะน้ำทั้ง 2 ตำบลไหลลงมาร่วมกันที่ต.คุ้งพยอม หลังได้รับทราบปัญหา จึงได้แจ้งไปยัง ผอ.กรมชลประทานจ.ราชบุรี ลงมาสำรวจพื้นที่ และได้เร่งระดมสูบน้ำ ให้กับพี่น้องเกษตรกร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง เพื่อไม่ให้พืชผลการเกษตรได้รับความเสียหาย

ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเราเจอปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ก็ได้แจ้งเรื่องเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทางกรมชลประทาน ได้ส่งเครื่องจักรกลมาทำการขุดลอกคลองระบายในพื้นที่ของชลประทานไปทั้ง 10 ตำบล ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมขังถึงแม้ยังมีน้ำท่วมขังอยู่แต่ก็เบาบางลงไปมาก ในส่วนทางทิศตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นต.ลาดบัวขาว ต.คุ้งพยอม ต.บ้านม่วง จะประสานไปยัง อบจ.ราชบุรี เพื่อเข้ามาดำเนินการ ส่วนทางทิศตะวันออกทั้ง 10 ตำบล ได้มีการขุดลอกคลองไปแล้วกว่า 90% แล้ว ตอนนี้กำลังดำเนินการขุดลอกคลองในพิ้นที่ต.นครชุมน์ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมขังในปีนี้เบาบางลงมาก แต่ที่เห็นพี่น้องประชาชนร้องกันมาเรื่องน้ำท่วม ส่วนใหญ่จะท่วมขังในบ้านเรือนของตนเอง ซึ่งเรื่องนี้ ทาง อบต.หรือเทศบาล จะต้องลงไปช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน

ขณะที่ นางวินัย เอี่ยมทรัพย์ อายุ 68 ปี เกษตรกรในพื้นที่ กล่าวว่า ตนทำนามาแล้วกว่า 40 ปี ด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่ม จึงทำให้มีน้ำท่วมขังบริเวณนี้เป็นประจำทุกปี ตนจึงเลือกปลูกข้าวสุพรรณบุรี 1 และปทุมธานี 1 เนื่องจากมีความทนทาน และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยในปีนี้ หลังจากที่ตนหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวไปเมื่อช่วงต้นเดือนส.ค. ก็ต้องมาประสบกับปัญหาน้ำท่วม ทำให้ต้นกล้าข้าวอายุเพียง 1 เดือน ต้องจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลา 5 วันแล้ว เช่นเดียวกับชาวนาคนอื่นๆในพื้นที่ ทุกคนจึงได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการนำรถไถเดินขุดทางเดินน้ำเพื่อเปิดทางระบายน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อช่วยกันระบายน้ำออกจากไร่นา ก่อนที่ต้นกล้าข้าวจะเน่าเสียหายเกินแก้ไข แม้ทุกคนจะต้องเสียเงินค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำประมาณวันละ 2,500 บาท หรือเป็นเงินรวมแล้วกว่า 10,000 บาท จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องพวกนี้ https://drive.google.com/file/d/1oPKNiyM4d-3aHhvrkhYUGPP4u1AcXK-X/view?usp=sharing

สุจินต์ นฤภัย(เต้) จ.ราชบุรี

Leave a Reply

%d bloggers like this: