ผบช.สตม. แถลงผลการระดมปิดล้อม ตรวจค้นเป้าหมายใหญ่

แถลงผลการระดมปิดล้อม ตรวจค้นเป้าหมายใหญ่ วันที่ 29 มี.ค.2562 ของ บก.ตม.3
วันนี้ (29 มีนาคม 2562) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.๒/รอง ผอ.พดส.ภ.๒, พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ฐิติวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี/หน.ชป.ศพดส.ภ.๒, พ.ต.อ.ปวัชร์ชัย สุดสาคร ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 สั่งการให้สืบสวนหาข่าวจับกุม กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่ก่ออาชญากรรมในประเทศต่าง แล้วใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนกบดาน ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย
พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 ได้สั่งการ ตม.จว.ในพื้นที่รับผิดชอบของ บก.ตม.3 โดยระดมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายใหญ่ ในวันที่ 29 มี.ค.2562 ผลการปฏิบัติมีดังนี้
ปิดล้อมตรวจค้น จำนวน 31 แห่ง จับกุม รวมทั้งสิ้น 227 ราย
– หลบหนีเข้าเมือง 14 ราย
– Overstay 1 ราย
– จับกุมตาม มาตรา 37 29 ราย
– จับกุมตาม มาตรา 38 115 ราย
– พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ 53 ราย
– ข้อหาอื่นๆ 15 ราย (ยาเสพติด และค้ามนุษย์)

ในส่วนของ ตม.จว.ชลบุรี ได้ทำการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบ ผลการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
1.วันที่ 28 มี.ค. 62 เวลาประมาณ 23.30 น. ตม.จว.ชลบุรี บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3, สภ.เมืองพัทยา, ตำรวจท่องเที่ยว ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกันจับกุมความผิดการค้ามนุษย์โดยใช้วิธีการล่อซื้อค้าประเวณี ที่ร้านเอชเค ดาร์ทบาร์ เลขที่ 437/96 หมู่ที่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดให้บริการขายอาหาร และเครื่องดื่ม โดยมีหญิงให้บริการพูดคุยเพื่อแลกดื่ม(ดริ้งค์) ซึ่งคิดราคาดริ้งค์ละ 200 บาท ซึ่งร้านฯจะได้รับจำนวน 150 บาท ที่เหลือเป็นค่าตอบแทนของพนักงานจำนวน 50 บาท และจะเลือกขายบริการทางเพศให้กับชาวต่างชาติเท่านั้น ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าในสถานบริการดังกล่าวมีการลักลอบขายบริการทางเพศโดยมีหญิงซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปี อยู่ในสถานบริการดังกล่าว โดยได้ทำการจับกุม หญิงไทย จำนวน 4 คน ดังนี้.-
1.น.ส.เบ็ญญา หรือมีน เที่ยงน้อย อายุ 22 ปี โดยกล่าวหาว่า 1.ค้ามนุษย์ โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี 2.เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี 3.ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก
2. น.ส.ศิรินภรณ์ หรือบี ดิลกสุนทร อายุ 32 ปี
3.น.ส.อรทัย บุญเตโช อายุ 31 ปี
4.น.ส.วราภรณ์ พรมสอน อายุ 23 ปี
โดยกล่าวหาว่า 1.เข้าไปติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตามหรือ รบเร้าบุคคลตามสาธารณะสถานหรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผย และน่าอับอายหรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณะ 2.เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณีเพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีหญิงซึ่งตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยการคัดแยกเหยื่อในคดีนี้ จำนวน 1 คน คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี 10 เดือน (เกิด ปี พ.ศ.2545)

2.วันนี้ (29 มี.ค.2562 ) เวลาประมาณ 15.40 น. กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับ ตม.จว.ชลบุรี,เจ้าหน้าที่ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1, ศปชก.ภ.จว.ชลบุรี, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ และ ตำรวจภูธรภาค 2 นำหมายค้นศาลแขวงพัทยาที่ 5/2562 ลงวันที่ 29 มี.ค.2562 เข้าค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยาม รอยัล วิว วิลเลจ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เช่าคือ Mr.Tomoki Chimura สัญชาติญี่ปุ่น ผู้ให้เช่าคือ นางวีณา สุภาวรางกูล โดยได้รับค่าเช่าเดือนละ 65,000 บาท จากการตรวจค้น พบคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่น จำนวน 15 คน จากการตรวจสอบ พบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรด้วยประเภทวีซ่า ผ.30 และพบโต๊ะทำงานพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับ การติดต่อสื่อสาร เป็นโทรศัพท์แบบ IP Phone รวม 52 เครื่อง เปิดใช้งาน 19 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 19 เครื่อง เปิดใช้งาน 16 เครื่อง router ขยายสัญญาณ จำนวน 37 ตัว เปิดใช้งาน 25 ตัว โดยกล่าวหา ผู้ถูกจับทั้ง 15 รายว่า “เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ มาตรา 8 ประกอบมาตรา 101” พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ถูกจับคือหลอกลวงว่าเป็นพนักงานติดตามทวงหนี้ของบริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น โดยจะปลอมใบแจ้งหนี้ของบริษัทดังกล่าวและปลอมหมายศาลเพื่อส่งอีเมลล์ไปหาเหยื่อ สร้างความน่าเชื่อถือ หลังจากนั้นได้ใช้โทรศัพท์ติดตามทวงหนี้ที่ไม่มีอยู่จริง โดยหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งรหัสบัตรเติมเงินซึ่งซื้อจากร้านสะดวกซื้อในประเทศญี่ปุ่นให้กลุ่มผู้ถูกจับ เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 500 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 89 ล้านเยน (คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 25 ล้านบาท)

ขอบคุณข้อมูลข่าวสาร ที่มา พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

ทีมข่าวเรื่องจริงผานเลนส์รายงาน

Leave a Reply

%d bloggers like this: