ปทุมธานี เยาวชนชายแดนภาคใต้310คนร่วมอำลาปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้รุ่น 35

ปทุมธานี เยาวชนชายแดนภาคใต้310คนร่วมอำลาปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้รุ่น 35
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 เมายน 2562 ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เทคโนธานี ถนนเลียบคลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง ปทุมธานี เยาวชนชายแดนภาคใต้ 310 คน และครอบครัวอุปถัมภ์ ร่วมอำลาในพิธีปิดโครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 35 สะท้อนภาพการร่วมสร้างความสมานฉันท์ โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธีปิดโครงการ
โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 35 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 มีนาคม – 26 เมษายน 2562 ว่า โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เกิดขึ้นจากการดำริของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ โดยได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิรักเมืองไทย มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มบริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง ผู้นำศาสนาและพี่น้องมุสลิมทั้งในภาคกลางและภาคใต้ ที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มาร่วมกันเรียนรู้และหาประสบการณ์ใหม่ พร้อมเรียนรู้การใช้ชีวิตกับครอบครัวอุปถัมภ์ โครงการได้ดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 14 ปี มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวน 7,706 คน และครอบครัวอุปถัมภ์จำนวน 3,441 ครอบครัว

ด้าน พลเอกประดิษฐ์ บุญเกิด คณะกรรมการดำเนินการโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ เผยว่า การจัดกิจกรรมโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 35 นี้ ได้นำเยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล เป็นเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 219 คน และเยาวชนที่นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 91 คน รวมทั้งสิ้น 310 คน โดยมาร่วมกันพำนักกับครอบครัวอุปถัมที่นับถือศาสลาอิสลามและศาสนาพุทธในจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 160 ครอบครัว ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ เป็นหัวใจสำคัญของโครงการฯ เยาวชนได้ศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต การประกอบอาชีพ ตลอดจนการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม พหุวัฒนธรรมที่แท้จริง เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมที่แตกต่าง เกิดความรัก ความเมตตา และความห่วงใย มีความผูกพันกับครอบครัวอุปถัมภ์
หลังจากพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ เยาวชนจะได้รับความรู้ และประสบการณ์การเรียนรู้จากการทัศนศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ เช่น พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรมบริเวณคลองบางหลวง ชุมชนสี่แยกบ้านแขกฝั่งธนบุรี มีโอกาสเข้ารับฟังโอวาทจากผู้นำระดับสูงของประเทศ ผู้นำทางศาสนา และเข้าค่ายฝึกอบรม อาทิ ค่ายกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ค่ายเปิดโลกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สานใจไทย สู่ใจใต้ ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ค่ายสิ่งแวดล้อม ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และท้ายสุดในวันพรุ่งนี้เยาวชนทั้งหมดจึงจะเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องบิน C -130 จากกองทัพอากาศ รวมเวลาที่เยาวชนเข้าร่วมโครงการ ทั้งสิ้น 32 วัน

ด้านนายชลันธร วงศ์รัตน์ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนธารโตวัฒนวิทย์ จ.ยะลา กล่าวว่า ครอบครัวอุปถัมภ์ได้เลี้ยงดูผมอย่างดี ได้สอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม สอนให้เป็นคนดี ผมซาบซึ่งใจในการดูแลของท่าน หากมีโอกาสจะกลับมาตอบแทนบุญคุณที่ท่านมีต่อผม ได้เรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมรวมถึงได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องของวิทยาศาสตร์ ได้พัฒนาแนวคิดของผม นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
ส่วนนางสาวซูไรดา ยูโซ๊ะ นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนศรีวารินทร์ จ.นราธิวาส กล่าวว่า หนูเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนกับเพื่อน ๆ ทั่วไปได้ เนื่องจากพ่อของหนูป่วยจนไม่สามารถทำงานหนักได้ ทำให้คุณแม่ต้องมาเป็นเสาหลักของครอบครัวแทน ในแต่ละวันจะได้เจอห้าแม่แค่ 4 ชั่วโมง หลังเลิกเรียนของหนูจะแตกต่างจากเพื่อนคนอื่น เพราะแทนที่จะได้เล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมรวมกับเพื่อน ๆ หนูจะต้องมาทำงานเพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัว ต่อมามีรุ่นพี่ได้แนะนำให้เข้าโครงการนี้ เมื่อได้เข้ารวมโครงการมีความประทับใจและตื่นตันใจเป็นอย่างมาก วินาทีแรกที่ได้พบครอบครัวอุปถัมภ์หนูสัมผัสได้ถึงความรักคามอบอุ่นความห่วงใยที่ท่านมาให้หนู และหนูมีกำลังมากขึ้นในการที่จะต่อสู่ชีวิตต่อไปและดูแลครอบครัวต่อไป หนูมีความฝันอยากที่จะเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนในสังคม ที่ไม่มีโอกาสได้พบเจอประสบการณ์แบบหนู จนเกิดความอดทน ความขยัน ความรู้ ความหมั่นเพียร มีการศึกษาและนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาประเทศต่อไปดังคำที่ว่า เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผนดิน.

Leave a Reply

%d bloggers like this: