หมอแสงน้อยใจแต่ยังเตรียมยาสองหมื่นเจ็ดพันชุดไว้แจกผู้ป่วย

แม้จะน้อยใจกับผลการวิจัยผลการรักษาโรคมะเร็งด้วยสมุนไพร แต่หมอแสงก็ยังเตรียมยาสมุนไพร สองหมื่นกว่าชุดไว้แจกจ่ายผู้ป่วยที่เดินทางมารอรับ
บรรยากาศผู้ป่วยทีเดินทางมาจากทั่วประเทศเพื่อมารอรับยาสมุนไพรหมอแสง หรือนายแสงชัย แหเลิศตระกูล เพื่อรักษาโรคมะเร็ง ยังหนาแน่นบางรายเดินทางมาพักที่วัดบางคาง ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ที่เปิดเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่เดินทางมารอรับยา นาง เอ็ง เรืองศิริ อายุ 64 ปี จาก จ.สุรินทร์ ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมแม้จะตัดทิ้งก็ยังมีเชื้อลามขึ้นสมอง ลูกและสามีตัดสินใจมาพึ่งหมอแสงเมื่อประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าจากการตรวจล่าสุดไม่พบเชื้อที่ลุกลามขึ้นสมอง แถมน้ำหนักจาก 45 กก.ขึ้นมา 65 กก. นอนหลับกินได้แข็งแรงทำงานได้ตามปกติ จากการพูดคุยผู้ป่วยรายนี้ไม่เหมือนคนเป็นมะเร็ง สุดท้ายนี้ยังฝากหมอแสงที่น้อยใจถึงกับประกาศจะเลิกแจกยาว่าขอให้แจกยาต่อเพื่อคนจนที่ไม่มีเงินไปหาหมอรักษาแพงๆ ขอให้หมอแสงเป็นที่พึ่งของคนป่วยแจกยาต่อไป
ขณะที่ตัวหมอแสง หรือนายแสงชัย แหเลิศตระกูล วันนี้ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวถึงกระแสที่จะมีการขายสูตรยาให้กับฝรั่งเพราะน้อยใจที่ผลการทดลองออกมาไม่มีฤทธิ์ฆ่ามะเร็งได้ ว่า เป็นใครก็น้อยใจที่ทุ่มเททำมาขนาดนี้ ถ้าสมุนไพรตัวนี้รักษาไม่ได้ทำไมจึงมีผู้ป่วยแห่มาขอรับยาครั้งละหลายๆหมื่นคน และยังมีทั้งพ่อของหมอและแม่ของหมอแสง ปัจจุบันมาขอรับยาไปกิน ที่ผ่านมานับสิบปีคนกินแล้วหายก็เป็นแสนถ้าไม่มีผลทำไมจึงหาย สมุนไพรไม่ใช่ยาเคมีจะให้ฆ่าได้ทันทีคงเป็นไปไม่ได้ มันต้องเข้าไปฟื้นฟูช่วยบำรุงและเสริมสร้างให้ส่วนที่เสียดีขึ้นเพื่อจะได้ไปต่อสู้และทำลายเซลล์มะเร็งเมื่อเซลมะเร็งฝ่อหรือแห้งร่างก่ายผู้ป่วยก็จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ส่วนที่เคยพูดว่าจะขายสูตรยาให้กับฝรั่งนั้น หมอแสงยืนยันว่าได้มีการพูดคุยกันจริงแต่ยังไม่ตกลง เพราะตนได้ตั้งเงื่อนไขว่า ถ้าซื้อสูตรยาไปทดลองหรือผลิตแล้วตนขอเดือนละ สามหมื่นเม็ดเพื่อนำมาแจกจ่ายคนจนไม่ไม่มีเงินซื้อ และข้อสำคัญ ถ้าผลิตขายแล้วขอให้ขายในประเทศไทยในราคาที่คนป่วยสามารถซื้อมารับประทานได้ไม่ใช่ขายในราคาที่แพงจนเกินไป ซึ่งทั้งหมดได้มีการพูดคุยแต่ยังไม่ตกลงในเงื่อนไข ในช่วงนี้ ก็ยังจะผลิดยาแจกให้กับคนป่วยเหมือนเดิม ซึ่งเดือนนี้คาดว่าน่าจะมารับที่บ้านประมาณ สองหมื่นเจ็ดพันคน เพราะก่อนหน้าได้นำไปแจกที่ ภาคอีสาน และภาคใต้มาแล้วประมาณ สามพันชุด ซึ่งจากการตรวจสอบผู้ป่วยและญาติมาลงบันทึกประจำวันจะอยู่ที่ประมาณสามหมื่นคน

/

ผ่านเลนส์40502 โอปราจีน รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: